โดย อ.วรชาติ มีชูบท

บทความปัจจุบัน | บทความย้อนหลัง : ตอนที่ - ๒๐ | ๒๑ - ๔๐ | ๔๑ - ๖๐ | ๖๑ - ๘๐ | ๘๑ - ๑๐๐ | ๑๐๑ - ๑๒๐ | ๑๒๑ - ๑๔๐ |

| ๑๔๐ - ๑๖๐ | ๑๖๑ - ๑๘๐ | ๑๘๑ - ๒๐๐ | ๒๐๑ - ๒๒๐ | ๒๒๑ - ๒๔๐ | ๒๔๑ - ๒๖๐ |

ก่อนหน้า  |  ๒๑  |  ๒๒  |  ๒๓  |  ๒๔  |  ๒๕  |  ๒๖  |  ๒๗  |  ๒๘  |  ๒๙  |  ๓๐  |  ถัดไป  |

 

๒๗. หัวหน้า

 

 

           คำว่า “หัวหน้า” นั้น พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๔๙๓ ได้ให้คำนิยามไว้ว่า "ผู้ออกหน้า, นายงาน, ผู้เป็นใหญ่ในหมู่หนึ่งๆ" แต่คำว่า "หัวหน้า" หรือ Prefect ในโรงเรียนพับลิคสกูล ซึ่งมุ่งหมายให้นักเรียนปกครองกันเองนั้น หัวหน้าคือนักเรียนชั้นโตที่ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนร่วมคณะหรือร่วมบ้านให้เป็นผู้ปกครองนักเรียนทั้งหมดในคณะ จึงนับได้ว่า ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้านั้นย่อมเป็นผู้มีเกียรติเหนือกว่านักเรียนทั้งปวงในโรงเรียน

 

 

หัวหมื่น พระยานเรนทรราชา (ม.ล.อุรา คเนจร)
เจ้ากรมอัศวราชในรัชกาลที่ ๖
หัวหน้านักเรียนมหาดเล็กหลวงคนแรก

 

 

          เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนมหาดเล็กหลวงขึ้นเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ แล้ว เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) กรรมการจัดการโรงเรียนมหาดเล็กหลวงก็ได้จัดประชุมครูและนักเรียนทั้งโรงเรียนขึ้นในวันเดียวกันนั้น และในวันเดียวกันนั้นที่ประชุมก็ได้มีมติเลือกนักเรียนมหาดเล็กหลวง หม่อมหลวงอุรา คเนจร เลขประจำตัว ๓ ซึ่งเป็นนักเรียนอาวุโสให้เป็นหัวหน้านักเรียนคนแรก และเมื่อหม่อมหลวงอุรา คเนจร สำเร็จการศึกษาและได้ออกรับราชการเป็นนายม้าต้นสังกัดกรมพระอัศวราชแล้ว ประกอบกับโรงเรียนได้ย้ายมาเปิดทำการที่สวนกระจังซึ่งมีการจัดแบ่งเรือนพักนักเรียนเป็นเรือน ก, ข, ค, ง และ จ แล้ว ก็ได้มีการพิจารณาแต่งตั้งนักเรียนอาวุโสเป็นหัวหน้านักเรียนประจำเรือนต่างๆ ต่อๆ กันมา คงเรียกหัวหน้านักเรียนนั้นว่า “หัวหน้าเรือน” มาจนการก่อสร้างอาคารถาวรที่สี่มุมโรงเรียนแล้วเสร็จ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนคำเรียกที่พักนักเรียนจากเรือนที่ยืมมาจากคำว่า House ในพับลิคสกูลของอังกฤษมาเป็นคำว่า "คณะ" อันหมายถึงหมู่ที่พักสงฆ์ในพระอารามแล้ว ตำแหน่งหัวหน้าเรือนก็เปลี่ยนมาเรียกว่า “หัวหน้าคณะ” แต่นั้นมา

 

          เครื่องหมายของหัวหน้านั้นแต่เดิมมาจะมีรูปลักษณะเป็นที่สังเกตเช่นผู้เป็นหัวหน้าในพับลิคสกูลของต่างประเทศ เช่น เครื่องหมายหัวหน้าของ The Malay College นั้น เป็นเหรียญโลหะเครื่องหมายตราโรงเรียนที่นักเรียน The Malay College ใช้ประดับที่อกเสื้อกันทุกคน ต่างกันตรงที่ผู้เป็นหัวหน้าจะมีแถบสีหมายคณะพร้อมอักษรว่า Prefect และ Head Prefect ที่ตอนล่างของตราสัญลักษณ์นั้น แต่เครื่องหมายหัวหน้านักเรียนมหาดเล็กหลวงนั้นไม่พบหลักฐานแน่ชัด และเท่าที่สอบถามท่านักเรียนเก่าอาวุโสหลายท่านๆ ก็ว่าจำไม่ได้ว่ามีหรือไม่

 

          ต่อมาในสมัยที่พระยาปรีชานุสาสน์ (เสริญ ปันยารชุน) มาดำรงตำแหน่งผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัยในช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น ได้จัดให้หัวหน้ามี "ไม้เท้า" เป็นสัญลักษณ์สำหรับตำแหน่งหัวหน้า

 

 

ไม้เท้าเสือป่าซึ่งเป็นต้นแบบไม้เท้าหัวหน้าวชิราวุธวิทยาลัย
ในสมัยพระยาปรีชานุสาสน์เป็นผู้บังคับการ

 

 

          ไม้เท้าหัวหน้าในสมัยพระยาปรีชานุสาสน์นั้น นักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย พลตำรวจเอก สมาน ธูปะคุปต์ อดีตหัวหน้านักเรียนเคยถือมารับเสด็จในงานบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และงานพระราชทานประกาศนียบัตรและรางวัลประจำปีอยู่หลายปี แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เมื่อ พล.ต.อ.สมาน ธูปะคุปต์ ถึงอนิจกรรม และคุณอำภา ธูปะคุปต์ ภรรยาของท่านล้มเจ็บลงแล้ว ผู้เขียนได้ไปสอบถามถึงไม้เท้าหัวหน้านี้แต่ทายาทของท่านแจ้งว่ามอบให้โรงเรียนไปแล้ว ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นโรงเรียนอะไร เพราะที่วชิราวุธวิทยาลัยมิได้รับมอบไม้เท้านี้ไว้

 

          รูปลักษณะไม้เท้าหัวหัวหน้าสมัยพระยาปรีชานุสาสน์นี้คล้ายกับไม้เท้าเสือป่า ซึ่งเป็นเครื่องหมายเกียรติยศของนายเสือป่าตั้งแต่ชั้นนายหมู่ใหญ่ขึ้นไป กล่าวคือ มีลักษณะเป็นไม้เนื้อแข็งกลมกลึงค่อยเรียวลงจากยอดสู่ปลาย ยาวตลอดจากยอดถึงปลายราว ๑ เมตร ที่หัวและปลายไม้เท้าหุ้มโลหะสีเงิน (ไม้เท้าเสือป่าเป็นโลหะสีทอง) และมีตราพระมนูแถลงสารติดที่โคนไม้เท้าตอนบนแทนปลอกอักษรพระบรมนามาธิไธย ว.ป.ร. ในไม้เท้าเสือป่า

 

          เนื่องจากไม้เท้าหัวหน้าหัวหน้านี้เป็นของพระราชทานเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะตัวแก่ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นหัวหน้า เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมิได้เสด็จพระราชดำเนินในงาน ประจำปีของโรงเรียนเพราะเกิดเหคุไม่สงบขึ้นในพระนครในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ จนเสด็จออกไปประทับรักษาพระองค์ที่ต่างประเทศในเวลาต่อมา การแต่งตั้งหัวหน้านักเรียนโดยการพระราชทานไม้เท้าหัวหน้าเป็นเกียรติยศนี้จึงเป็นอันเลิกไปโดยปริยาย

 

 

เหรียญรัตนาภรณ์ ว.ป.ร. ชั้นที่ ๑ พร้อมแพรแถบสีเหลืองริ้วดำ

บำเหน็จความชอบในพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

 

          ต่อมาในรัชกาลปัจจุบัน เมื่อพระบทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินกลับจากทรงศึกษามาประทับเป็นการถาวรในพระนครแล้ว ก็มิได้มีการพระราชทานไม้เท้าหัวหน้าอีกเลย แต่ในยุคหลังนี้ได้เปลี่ยนสัญลักษณ์ของหัวหน้ามาเป็นเข็มอักษรพระบรมนามาภิไธยย่อ ว.พระมหามงกุฎในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวลงยาสีน้ำเงิน ประดับบนแพรแถบสีเหลืองริ้วดำ ซึ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นทรงใช้แพรแถบนี้ประดับเหรียญราชอิสริยาภรณ์บำเหน็จความความชอบในพระองค์ เช่น รัตนวราภรณ์ รัตนวราภรณ์ ฯลฯ

 

          การแต่งตั้งหัวหน้าในยุคหลังนี้แบ่งเป็น ๒ ช่วงเวลา กล่าวคือ ช่วงแรกนั้นการแต่งตั้งหัวหน้าจะกระทำที่ห้องประชุมสวดมนต์ไหว้พระของแต่ละคณะ พิธีเริ่มขึ้นเมื่อท่านผู้บังคับการพระยาภะรตราชา เดินทางไปถึงแต่ละคณะเริ่มจากวันแรกคณะผู้บังคับการ และถัดไปคณะดุสิต คณะจิตรลดา และคณะพญาไท วันละคณะจนครบทั้งสี่คณะ

 

          ครั้นที่ประชุมพร้อมแล้วพร้อมแล้วท่านผู้บังคับการกล่าวขอญัตติต่อที่ประชุม โดยเสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าคณะต่อที่ประชุมนักเรียนในคณะ หากนักเรียนในคณะเห็นว่าผู้ใดมีความประพฤติไม่เหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้าคณะให้ส่งเสียงคัดค้าน หากเห็นสมควรให้คงดุษณีภาพนิ่งอยู่ เมื่อถามครบ ๓ ครั้ง เหมือนพระอุปัชฌาย์ถามญัตติในพิธีอุปสมบทพระสงฆ์ในพระบวรพุทธศาสนา เมื่อไม่มีผู้ใดคัดค้าน ทานผู้บังคับการจึงเรียกผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าออกไปทีละคน และถามผู้ถูกเรียกนั้นเรียงตามลำดับทีละข้อ ดังนี้

               ๑) จะทำตามหน้าที่ๆ คณะมอบหมายให้เพื่อนำความดีมาสู่คณะและเกียรติมาสู่วชิราวุธวิทยาลัยได้หรือไม่

               ๒) จะดูแลทุกข์สุขของเพื่อนร่วมคณะทุกประการได้หรือไม่

               ๓) จะว่ากล่าวตักเตือนเพื่อนร่วมคณะให้ประพฤติตนให้เหมาะสม เพื่อจะได้เป็นกำลังของประเทศชาติต่อไปได้หรือไม่

 

          เมื่อผู้ที่จะได้เป็นหัวหน้าตอบรับแต่ละข้อว่าทำได้ ท่านผู้บังคับการก็ให้ปฏิญาณตนต่อหน้าพระพุทธรูป พระบรมรูป ท่านผู้บังคับการ ท่านผู้กำกับคณะ ครูผู้ช่วยและนักเรียนในคณะ เมื่อปฏิญาณตนทีละคนเสร็จแล้ว ท่านผู้บังคับการจึงได้ประกาศนามผู้ที่ได้กล่าวคำปฏิญญานั้นเป็นหัวหน้าคณะคนหนึ่ง แล้วมอบเครื่องหมายเครื่องหมายหัวหน้าให้ พร้อมกับแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้า

 

          การแต่งตั้งหัวหน้าที่คณะต่างๆ ตามที่บรรยายมานั้นน่าจะดำเนินมาชั่วระยะเวลาไม่กี่ปี เพราะเมื่อผู้เขียนเข้ามาเป็นนักเรียนวชิราวุธวิทยาลัยใน พ.ศ. ๒๕๐๗ นั้น ก็ได้เห็นพิธีแต่งตั้งหัวหน้าบนหอประชุมในพิธีไหว้ครูประจำปี (จากการสืบค้นดูเหมือนว่า การแต่งตั้งหัวหน้าในพิธีไหว้ครูจะได้เริ่มขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๐๗ นี้เอง) โดยการแต่งตั้งหัวหน้านี้จะเริ่มขึ้นเมื่อนักเรียนคณะเด็กเล็กแถวสุดท้ายเข้ามากราบบูชาพระคุณครูเสร็จแล้ว ผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าทุกคณะจะมายืนพร้อมกันที่ระเบียงข้างด้านเหนือของหอประชุม แล้วเดินเข้าไปยื่นตรงหน้าท่านผู้บังคับการทีละคณะ ท่านผู้บังคับการจะตั้งกระทู้ภามว่า “เธอทราบหรือไม่ว่า หัวหน้าจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร” เมื่อผู้ที่จะได้รับแต่งตังเป็นหัวหน้าตอบรับ และกล่าวคำปฏิญาณพร้อมกันต่อหน้าพระพุทธรูป พระบรมรูป ท่านผู้เป็นประธาน (ในกรณีที่มีผู้เป็นประธานอื่นนอกจากท่านผู้บังคับการ) ท่านผู้บังคับการ ท่านผู้กำกับคณะ ครู และนักเรียนทุกคนว่า

               ๑. ผม (ออกนาม และนามสกุล) จะรักษาระเบียบวินัยโดยเคร่งครัดและทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อนำความดีมาสู่คณะ และนำเกียรติมาสู่วชิราวุธวิทยาลัย

               ๒. ผมจะดูแลทุกข์สุขของนักเรียนร่วมคณะ ให้เป็นไปตามทางที่ชอบ

               ๓. ผมจะกล่าวตักเตือนนักเรียนร่วมคณะให้ประพฤติตนให้เหมาะสม จะได้เป็นกำลังของประเทศไทยต่อไป

 

 

ครูอรุณ แสนโกศิก ผู้กำกับคณะจิตรลดา ประดับเข็มหัวหน้าให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้า

 

 

เมื่อกล่าวคำปฏิญาณจบลงแล้ว ท่านผู้บังคับการมอบเข็มเครื่องหมายให้แก่หัวหน้าใหม่ ซึ่งจะ

ถือเข็มเครื่องหมายนั้นไปส่งให้ท่านผู้กำกับคณะที่ยืนรออยู่อีกฟากหนึ่ง เพื่อท่านกลัดเข็มเครื่องหมายหัวหน้าให้ที่อกเสื้อเบื้องซ้าย เมื่อครบทุกคนแล้ว ท่านผู้เป็นประธานหรือท่านผู้บังคับการกล่าวให้โอวาท เป็นอันเสร็จพิธีการแต่งตั้งหัวหน้าในแต่ละปี

                การกล่าวคำปฏิญาณของหัวหน้านี้ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในสมัย ศาสตราจารย์ ดร.กัลย์ อิศรเสนา ณ อยุธยาเป็นผู้บังคับการ ซึ่งดูเหมือนผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าจะเข้ามายืนกล่าวคำปฏิญาณพร้อมกันทุกคณะ แล้วจึงเข้ารับมอบเข็มหัวหน้าจากท่านผู้บังคับการเรียงลำดับทีละคน แล้วจบลงด้วยท่านผู้บังคับการให้โอวาทเช่นทุกปี 

 

 
 
**********************************
 
 

 

ก่อนหน้า  |  ๒๑  |  ๒๒  |  ๒๓  |  ๒๔  |  ๒๕  |  ๒๖  |  ๒๗  |  ๒๘  |  ๒๙  |  ๓๐  |  ถัดไป  |

บทความปัจจุบัน | บทความย้อนหลัง : ตอนที่ - ๒๐ | ๒๑ - ๔๐ | ๔๑ - ๖๐ | ๖๑ - ๘๐ | ๘๑ - ๑๐๐ | ๑๐๑ - ๑๒๐ | ๑๒๑ - ๑๔๐ |

| ๑๔๐ - ๑๖๐ | ๑๖๑ - ๑๘๐ | ๑๘๑ - ๒๐๐ | ๒๐๑ - ๒๒๐ | ๒๒๑ - ๒๔๐ | ๒๔๑ - ๒๖๐ |